top of page

Missing Data คืออะไร? มีผลต่อการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างไร และควรจัดการแบบไหน

  • รูปภาพนักเขียน: Data Investigator Team
    Data Investigator Team
  • 5 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที
Missing Data คืออะไร และผลกระทบต่อการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ

ในการทำวิจัย ไม่ว่าจะเป็นวิทยานิพนธ์ งานวิจัยทางการตลาด งานวิจัยทางการแพทย์ หรืองานวิจัยสำหรับองค์กร ปัญหาหนึ่งที่พบได้บ่อยหลังจากเริ่มตรวจสอบข้อมูลคือ ข้อมูลบางส่วนกลับไม่ครบถ้วน เช่น ผู้ตอบแบบสอบถามไม่ได้ตอบคำถามบางข้อ ข้อมูลบางตัวแปรไม่ได้ถูกบันทึก หรือข้อมูลบางส่วนหายไประหว่างขั้นตอนการรวบรวมและจัดเตรียมข้อมูล


ข้อมูลลักษณะนี้เรียกว่า Missing Data หรือ Missing Values ซึ่งหากเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยอาจดูเหมือนไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่ในทางสถิติ Missing Data สามารถส่งผลต่อจำนวนข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์ ค่าประมาณทางสถิติ ตลอดจนความน่าเชื่อถือของผลการวิจัยได้


ดังนั้น ก่อนเริ่มวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยไม่ควรเพียงตรวจสอบว่า “มี Missing Data หรือไม่” แต่ควรพิจารณาต่อว่า ข้อมูลหายไปมากน้อยเพียงใด หายจากตัวแปรใด และมีรูปแบบการหายอย่างไร เพราะวิธีจัดการที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันในแต่ละงานวิจัย


Missing Data คืออะไร?


Missing Data คือ ข้อมูลที่ควรมีอยู่ในชุดข้อมูลแต่ไม่มีค่าถูกบันทึกไว้ โดยอาจเกิดขึ้นกับตัวแปรเพียงบางตัว หรือเกิดขึ้นกับข้อมูลของผู้เข้าร่วมวิจัยบางราย


ตัวอย่างเช่น แบบสอบถามมีทั้งหมด 30 ข้อ ผู้ตอบคนหนึ่งตอบเพียง 28 ข้อและเว้นข้อ 12 และ 17 ไว้ ข้อมูลของสองข้อนั้นถือเป็น Missing Data


ในชุดข้อมูล SPSS อาจพบ Missing Value ในรูปแบบของช่องว่าง หรือผู้วิจัยอาจกำหนดรหัสบางค่า เช่น 99 หรือ 999 เพื่อแทนข้อมูลที่ไม่มีคำตอบ ทั้งนี้ต้องกำหนดและจัดการรหัสเหล่านี้ให้ถูกต้อง มิฉะนั้นโปรแกรมอาจตีความ 99 หรือ 999 เป็นค่าข้อมูลจริง ซึ่งอาจทำให้ผลการวิเคราะห์ผิดเพี้ยนได้ Missing Data เกิดจากอะไรได้บ้าง?


Missing Data ไม่ได้เกิดจากผู้ตอบแบบสอบถามลืมตอบคำถามเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดขึ้นได้ในหลายขั้นตอนของงานวิจัย


ในงานที่ใช้แบบสอบถาม ผู้ตอบอาจข้ามคำถามเพราะไม่เข้าใจ ไม่ต้องการเปิดเผยข้อมูล หรือรู้สึกว่าคำถามนั้นไม่เกี่ยวข้องกับตนเอง ขณะที่งานวิจัยทางการแพทย์หรือการศึกษาที่เก็บข้อมูลหลายช่วงเวลา อาจพบข้อมูลสูญหายจากการที่ผู้เข้าร่วมไม่ได้กลับมาติดตามผลหรือไม่ได้รับการตรวจวัดในบางครั้ง

นอกจากนี้ Missing Data ยังสามารถเกิดขึ้นในขั้นตอนการจัดการข้อมูล เช่น การคีย์ข้อมูลไม่ครบ การกำหนดเงื่อนไขของแบบสอบถามออนไลน์ไม่ถูกต้อง หรือการรวมข้อมูลจากหลายแหล่งแล้วพบว่าบางตัวแปรไม่มีข้อมูลตรงกัน


จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม การตรวจสอบข้อมูลก่อนการวิเคราะห์ จึงมีความสำคัญ ไม่ควรรอจนเริ่มทดสอบสมมติฐานแล้วจึงค่อยตรวจพบว่าข้อมูลบางส่วนไม่สมบูรณ์


Missing Data มีผลต่อการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างไร?


ผลกระทบที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ จำนวนตัวอย่างที่ถูกนำมาวิเคราะห์อาจลดลง

สมมติว่ามีผู้ตอบแบบสอบถาม 400 คน แต่ตัวแปรหนึ่งมีข้อมูลครบเพียง 350 คน การวิเคราะห์ที่ใช้ตัวแปรดังกล่าวอาจไม่ได้ใช้ข้อมูลทั้ง 400 คน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิธีวิเคราะห์และวิธีจัดการ Missing Data ที่เลือกใช้


เมื่อจำนวนข้อมูลที่ใช้จริงลดลง อาจส่งผลต่อ Statistical Power หรือความสามารถในการตรวจพบความสัมพันธ์หรือความแตกต่างที่มีอยู่จริง


แต่ประเด็นที่สำคัญกว่านั้นคือ Missing Data อาจทำให้ผลการวิเคราะห์เกิด Bias ได้ หากข้อมูลไม่ได้หายไปอย่างสุ่ม


ตัวอย่างเช่น งานวิจัยเกี่ยวกับรายได้พบว่าผู้ที่มีรายได้สูงมีแนวโน้มไม่ตอบคำถามเรื่องรายได้มากกว่ากลุ่มอื่น หากผู้วิจัยตัดผู้ที่ไม่ตอบออกทั้งหมด กลุ่มตัวอย่างที่เหลืออาจไม่สะท้อนโครงสร้างของกลุ่มตัวอย่างเดิม และค่าเฉลี่ยรายได้ที่คำนวณได้อาจคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง

ดังนั้น การดูเพียง “เปอร์เซ็นต์ Missing” อาจยังไม่เพียงพอ ต้องพิจารณาด้วยว่า ใครหรือข้อมูลลักษณะใดที่กำลังหายไป Missing Data กี่เปอร์เซ็นต์ถึงถือว่าเยอะ?


นี่เป็นคำถามที่พบได้บ่อย แต่ในทางปฏิบัติ ไม่มีเปอร์เซ็นต์ที่แน่นอนที่ใช้ตัดสินได้กับทุกงานวิจัย

การบอกว่า Missing Data ต่ำกว่า 5% สามารถละเลยได้เสมอ หรือเกิน 10% ต้องใช้วิธีใดวิธีหนึ่งทันที เป็นการสรุปที่ง่ายเกินไป เพราะผลกระทบขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดตัวอย่าง ตัวแปรที่ข้อมูลหาย รูปแบบการหาย และวิธีวิเคราะห์ที่จะใช้


Missing Data จำนวนไม่มากในตัวแปรที่มีความสำคัญต่อโมเดลอาจสร้างปัญหาได้ ขณะที่ข้อมูลที่หายในสัดส่วนสูงกว่าในบางสถานการณ์อาจยังสามารถจัดการได้ด้วยวิธีทางสถิติที่เหมาะสม

สิ่งที่ควรทำจึงไม่ใช่การมองหา “ตัวเลขมาตรฐาน” เพียงอย่างเดียว แต่ควรตรวจสอบ จำนวน สัดส่วน ตำแหน่ง และรูปแบบของ Missing Data ประกอบกัน

แล้วควรจัดการ Missing Data อย่างไร?


วิธีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับลักษณะของชุดข้อมูลและวัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์ ไม่มีวิธีเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกกรณี


หนึ่งในวิธีที่พบได้คือการวิเคราะห์เฉพาะกรณีที่มีข้อมูลครบ หรือ Complete Case Analysis/Listwise Deletion ซึ่งมีข้อดีตรงที่เข้าใจง่าย แต่ข้อเสียคืออาจทำให้จำนวนตัวอย่างลดลงมาก และอาจทำให้ผลประมาณเกิด Bias หากเงื่อนไขที่รองรับวิธีดังกล่าวไม่เหมาะสม


ในบางสถานการณ์อาจพบการแทนค่าที่หายด้วยค่าเฉลี่ย หรือ Mean Substitution แม้จะทำได้ง่าย แต่โดยทั่วไปไม่ควรเลือกใช้โดยอัตโนมัติ เพราะการแทนค่าด้วยค่าเฉลี่ยอาจลดความแปรปรวนของข้อมูลและกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร


สำหรับข้อมูลที่มีโครงสร้างซับซ้อนขึ้น อาจพิจารณาวิธี เช่น Multiple Imputation หรือวิธีประมาณค่าทางสถิติอื่น ๆ ที่เหมาะกับรูปแบบของ Missing Data และโมเดลที่ต้องการวิเคราะห์

ดังนั้น คำถามที่เหมาะสมจึงไม่ใช่เพียง “Missing Data ต้องแทนด้วยอะไร” แต่ควรถามว่า วิธีใดเหมาะกับข้อมูลและการวิเคราะห์ของงานวิจัยนี้มากที่สุด


ตรวจสอบ Missing Data ก่อนเริ่มวิเคราะห์จริง


ก่อนตัดสินใจลบหรือแทนค่าข้อมูล ผู้วิจัยควรเริ่มจากการตรวจสอบ Dataset อย่างเป็นระบบ เช่น จำนวน Missing ในแต่ละตัวแปร สัดส่วนของข้อมูลที่หาย ลักษณะของ Case ที่มีข้อมูลไม่ครบ รวมถึงความผิดปกติอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นพร้อมกัน


ขั้นตอนนี้ยังช่วยแยก Missing Data ออกจากปัญหาประเภทอื่น เช่น การกรอกค่าผิดช่วง รหัสข้อมูลผิด การกำหนด Missing Value ไม่ถูกต้อง หรือความไม่สอดคล้องระหว่างตัวแปร


สำหรับชุดข้อมูลที่มีหลายตัวแปรหรือมีผู้ตอบจำนวนมาก การ ตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปวิเคราะห์ จึงช่วยลดความเสี่ยงจากการนำข้อมูลที่ยังมีข้อผิดพลาดเข้าสู่การทดสอบทางสถิติ โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลมาจากแบบสอบถามหรือถูกรวบรวมจากหลายแหล่ง


Missing Data กับการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย SPSS


SPSS สามารถแสดงจำนวนข้อมูลที่ Valid และ Missing ในการวิเคราะห์หลายประเภท แต่การที่โปรแกรมสามารถคำนวณผลลัพธ์ออกมาได้ ไม่ได้หมายความว่าวิธีจัดการ Missing Data ที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติจะเหมาะกับงานวิจัยทุกกรณี


ตัวอย่างเช่น การวิเคราะห์บางประเภทอาจตัด Case ที่มี Missing ออก ขณะที่บาง Procedure มีตัวเลือกในการจัดการข้อมูลแตกต่างกัน การอ่านผลจึงควรตรวจสอบด้วยว่า จำนวนตัวอย่างที่ใช้ในการวิเคราะห์จริงเหลือเท่าใด และแตกต่างจาก Sample Size เดิมหรือไม่


โดยเฉพาะงานที่ใช้ Multiple Regression, ANOVA, Correlation หรือการวิเคราะห์หลายตัวแปร การจัดการ Missing Data อาจส่งผลต่อทั้งขนาดตัวอย่างและผลลัพธ์ที่ได้


หากงานวิจัยต้องการวิเคราะห์ข้อมูลตั้งแต่การตรวจสอบ Dataset การเลือกสถิติ การทดสอบสมมติฐาน ไปจนถึงการแปลผล บริการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วย SPSS ของ Data Investigator สามารถช่วยวางแนวทางการวิเคราะห์ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และลักษณะข้อมูลของแต่ละงานวิจัยได้ ป้องกัน Missing Data ได้ตั้งแต่ก่อนเก็บข้อมูล


แม้ Missing Data บางประเภทจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การวางแผนที่ดีก่อนเริ่มเก็บข้อมูลสามารถช่วยลดปัญหาได้


สำหรับแบบสอบถาม ควรตรวจสอบว่าคำถามมีความชัดเจน ตัวเลือกครอบคลุม และไม่มีคำถามที่ทำให้ผู้ตอบสับสนโดยไม่จำเป็น หากเป็นแบบสอบถามออนไลน์ สามารถกำหนด Required Question หรือ Question Logic ในบางจุดได้ แต่ควรพิจารณาความเหมาะสม โดยเฉพาะคำถามละเอียดอ่อนที่ผู้ตอบควรมีสิทธิ์ไม่ตอบ


การ ออกแบบแบบสอบถามให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และแผนการวิเคราะห์ข้อมูล ตั้งแต่ต้นจึงไม่ได้ช่วยเฉพาะเรื่องคุณภาพของคำถาม แต่ยังช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเมื่อข้อมูลเข้าสู่ขั้นตอนการวิเคราะห์อีกด้วย


สรุป


Missing Data เป็นมากกว่าช่องว่างใน Dataset เพราะสามารถส่งผลต่อจำนวนตัวอย่าง Statistical Power ค่าประมาณทางสถิติ และในบางสถานการณ์อาจนำไปสู่ Bias ในผลการวิจัย


ก่อนเลือกว่าจะลบข้อมูล แทนค่า หรือใช้วิธีทางสถิติอื่น ผู้วิจัยควรตรวจสอบก่อนว่า Missing Data เกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด อยู่ในตัวแปรใด มีรูปแบบอย่างไร และการจัดการแต่ละวิธีจะส่งผลต่อการวิเคราะห์อย่างไร

การจัดการ Missing Data ที่เหมาะสมจึงไม่ใช่การทำให้ช่องว่างใน Dataset หายไป แต่คือการเลือกวิธีที่เหมาะกับข้อมูลและคำถามวิจัย เพื่อให้ผลการวิเคราะห์มีความถูกต้องและน่าเชื่อถือมากที่สุด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ:

อีเมล์: info@datainvestigatorth.com

ไลน์: @datainvestigator   โทร: 063-969-7944

ความคิดเห็น


  • Line Logo Transparent

© 2016 DataInvestigatorTH

Data Investigator Logo (Black)_edited_ed
bottom of page