top of page

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการคีย์ข้อมูลแบบสอบถาม และผลกระทบต่อการวิเคราะห์ข้อมูล

  • รูปภาพนักเขียน: Data Investigator Team
    Data Investigator Team
  • 6 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที

อัปเดตเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการคีย์ข้อมูลแบบสอบถาม และผลกระทบต่อการวิเคราะห์ข้อมูล

การเก็บแบบสอบถามครบตามจำนวนกลุ่มตัวอย่างอาจดูเหมือนเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่ยากที่สุดของงานวิจัย แต่ก่อนที่ข้อมูลเหล่านั้นจะถูกนำไปวิเคราะห์ ยังมีอีกขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ การคีย์ข้อมูลแบบสอบถามเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง เพราะแม้แบบสอบถามจะได้รับคำตอบครบถ้วนและมีคุณภาพ หากเกิดความผิดพลาดระหว่างการบันทึกข้อมูล ก็อาจทำให้ข้อมูลที่นำไปวิเคราะห์ไม่ตรงกับข้อมูลจริง และส่งผลต่อผลการวิเคราะห์ทางสถิติในขั้นตอนต่อไปได้


การคีย์ข้อมูลจึงไม่ได้หมายถึงเพียงการนำตัวเลขจากแบบสอบถามใส่ลงใน Excel หรือ SPSS ให้ครบทุกช่อง แต่ยังเกี่ยวข้องกับการกำหนดตัวแปร การลงรหัส (Coding) การจัดการคำตอบที่ขาดหาย ตลอดจนการตรวจสอบความถูกต้องและความสอดคล้องของข้อมูล โดยเฉพาะงานวิจัยที่มีแบบสอบถามจำนวนมากหรือมีตัวแปรหลายตัว ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ อาจกลายเป็นปัญหาสำคัญเมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการวิเคราะห์


1. คีย์ค่าของคำตอบผิด


ข้อผิดพลาดที่พบได้ง่ายที่สุดคือการคีย์ค่าที่ไม่ตรงกับคำตอบในแบบสอบถาม เช่น ผู้ตอบเลือกคะแนน 4 แต่ถูกบันทึกเป็น 3 หรือข้อมูลอายุ 45 ปีถูกคีย์เป็น 54 ปี


หากเกิดขึ้นเพียงไม่กี่รายการ ผลกระทบอาจไม่มากนักในชุดข้อมูลขนาดใหญ่ แต่หากเกิดขึ้นหลายครั้งหรือเกิดกับตัวแปรสำคัญ ก็สามารถทำให้ค่าเฉลี่ย การกระจายของข้อมูล ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร หรือผลการทดสอบสมมติฐานเปลี่ยนแปลงไปได้


ความเสี่ยงดังกล่าวมักเพิ่มขึ้นเมื่อต้องคีย์แบบสอบถามจำนวนมากภายในระยะเวลาจำกัด เนื่องจากความล้าและการทำงานซ้ำ ๆ สามารถเพิ่มโอกาสในการบันทึกข้อมูลผิดพลาดได้ สำหรับงานที่มีแบบสอบถามจำนวนมาก การใช้ บริการคีย์ข้อมูลแบบสอบถาม (Data Entry) จึงเป็นอีกทางเลือกในการช่วยจัดเตรียมข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่พร้อมสำหรับขั้นตอนต่อไป


2. กำหนดรหัสข้อมูล (Coding) ไม่สอดคล้องกัน


ข้อมูลจากแบบสอบถามมักต้องถูกแปลงเป็นรหัสตัวเลขก่อนนำไปวิเคราะห์ เช่น

เพศชาย = 1 เพศหญิง = 2

หรือมาตรวัดความคิดเห็น:


ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง = 1 ไม่เห็นด้วย = 2 ปานกลาง = 3 เห็นด้วย = 4 เห็นด้วยอย่างยิ่ง = 5

ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อมีการกำหนดรหัสไม่สอดคล้องกันในการคีย์ข้อมูลแบบสอบถาม เช่น บางส่วนกำหนดชายเป็น 1 แต่ข้อมูลอีกส่วนกลับกำหนดชายเป็น 2 หรือมีการเปลี่ยน Coding ระหว่างการคีย์โดยไม่ได้ปรับข้อมูลเดิมให้ตรงกัน ความผิดพลาดประเภทนี้อาจตรวจพบได้ยากกว่าการพิมพ์ตัวเลขผิด เพราะค่าที่ปรากฏยังอยู่ในช่วงที่ถูกต้อง แต่ ความหมายของข้อมูลกลับไม่ถูกต้อง 3. คีย์ข้อมูลลงผิดตัวแปรหรือผิดคอลัมน์


แบบสอบถามที่มีคำถามจำนวนมาก โดยเฉพาะคำถามในรูปแบบ Likert Scale ที่มีลักษณะคล้ายกันต่อเนื่องหลายข้อ มีโอกาสเกิดการเลื่อนช่องหรือบันทึกคำตอบลงผิดตัวแปรได้

ตัวอย่างเช่น คำตอบของข้อ Q12 ถูกบันทึกลง Q13 และทำให้คำตอบหลังจากนั้นเลื่อนไปอีกหนึ่งตำแหน่ง หากไม่ตรวจพบตั้งแต่ต้น ความผิดพลาดดังกล่าวอาจส่งผลต่อข้อมูลหลายตัวแปรพร้อมกัน

ดังนั้น การกำหนด Variable Name และโครงสร้างของไฟล์ข้อมูลให้ชัดเจนก่อนเริ่มคีย์จึงมีความสำคัญอย่างมาก 4. จัดการ Missing Data ไม่ถูกต้อง

ผู้ตอบแบบสอบถามอาจไม่ได้ตอบคำถามทุกข้อ ทำให้เกิด Missing Data ซึ่งต้องกำหนดวิธีการบันทึกอย่างชัดเจน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย เช่น การใช้ค่า 0 แทนคำตอบที่ไม่มีข้อมูล ทั้งที่ 0 เป็นค่าที่มีความหมายอยู่ในตัวแปรนั้น หรือผู้คีย์แต่ละคนใช้รหัสสำหรับ Missing Data แตกต่างกัน ผลที่ตามมาคือโปรแกรมวิเคราะห์อาจมองค่าที่ใช้แทน Missing Data ว่าเป็นข้อมูลจริง ทำให้ค่าทางสถิติที่คำนวณออกมาคลาดเคลื่อนได้

การกำหนด Coding Scheme และแนวทางจัดการ Missing Data จึงควรทำให้ชัดเจนก่อนเริ่มคีย์ข้อมูล และหลังจากคีย์ข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ควรมีขั้นตอน ตรวจสอบและเตรียมข้อมูลก่อนการวิเคราะห์ (Data Cleaning) เพื่อค้นหาข้อมูลที่ขาดหาย ค่าที่ผิดปกติ หรือความไม่สอดคล้องที่อาจเกิดขึ้นใน Dataset 5. ไม่ตรวจสอบค่าที่อยู่นอกช่วงที่เป็นไปได้

สมมติว่าแบบสอบถามกำหนดให้ผู้ตอบเลือกคะแนนตั้งแต่ 1–5 แต่ใน Dataset กลับพบค่า 6, 9 หรือ 55 ค่าเหล่านี้เป็นสัญญาณที่ควรได้รับการตรวจสอบก่อนนำข้อมูลไปวิเคราะห์

เช่นเดียวกับตัวแปรอื่น ๆ หากกำหนดอายุของกลุ่มตัวอย่างไว้ที่ 18–60 ปี แต่พบค่า 180 ปีใน Dataset ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าเกิดความผิดพลาดระหว่างการคีย์หรือบันทึกข้อมูล

การตรวจสอบ Out-of-Range Values จึงเป็นหนึ่งในวิธีพื้นฐานที่ช่วยค้นหาความผิดพลาดหลังการคีย์ข้อมูลได้ 6. ไม่ได้ตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างคำตอบ

ข้อมูลบางรายการอาจดูถูกต้องเมื่อพิจารณาแยกทีละตัวแปร แต่กลับไม่สอดคล้องกันเมื่อพิจารณาร่วมกัน

ตัวอย่างเช่น ผู้ตอบระบุว่า “ไม่เคยใช้บริการ” แต่กลับมีคำตอบในคำถามถัดไปที่ถามถึง “ความพึงพอใจหลังใช้บริการ”

ในกรณีเช่นนี้ ตัวเลขแต่ละค่าอาจไม่ได้อยู่นอกช่วงที่กำหนด แต่ความสัมพันธ์ระหว่างคำตอบกลับมีความผิดปกติ การตรวจสอบข้อมูลจึงควรพิจารณาทั้งระดับตัวแปรและความสอดคล้องระหว่างตัวแปรที่เกี่ยวข้อง 7. ไม่ระวังข้อคำถามที่ต้อง Reverse Coding

แบบสอบถามบางชุดมีข้อคำถามเชิงลบหรือข้อคำถามที่กำหนดทิศทางคะแนนตรงข้ามกับข้ออื่นในองค์ประกอบเดียวกัน

ตัวอย่างเช่น หากคะแนน 5 โดยทั่วไปหมายถึงความคิดเห็นในเชิงบวก แต่มีบางข้อที่คะแนน 5 กลับมีความหมายในเชิงลบ ข้อคำถามเหล่านี้อาจจำเป็นต้องผ่าน Reverse Coding ก่อนนำคะแนนมารวมหรือคำนวณเป็นตัวแปร

หากไม่ได้กลับค่าคะแนนตามโครงสร้างของแบบวัด อาจทำให้คะแนนรวมของตัวแปรไม่สะท้อนสิ่งที่ต้องการวัด และอาจส่งผลต่อการทดสอบความเชื่อมั่นของแบบสอบถามและการวิเคราะห์ในขั้นตอนต่อไป

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่คำถามที่เขียนในเชิงลบทุกข้อจะต้อง Reverse Coding เสมอไป การพิจารณาควรอ้างอิงโครงสร้างและวิธีการให้คะแนนของแบบวัดนั้น ๆ หากชุดข้อมูลจำเป็นต้องมีการ Recoding, Reverse Coding หรือสร้างและคำนวณตัวแปรก่อนวิเคราะห์ สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ บริการปรับและจัดเตรียมข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์ทางสถิติ ได้ 8. เริ่มคีย์ข้อมูลโดยไม่มี Codebook ที่ชัดเจน

สำหรับงานที่มีตัวแปรจำนวนมาก การมี Codebook ช่วยกำหนดมาตรฐานของ Dataset เช่น ชื่อตัวแปร ความหมายของตัวแปร ประเภทข้อมูล รหัสคำตอบ Missing Values และข้อกำหนดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

หากเริ่มคีย์ข้อมูลโดยไม่มีมาตรฐานตั้งแต่ต้น อาจทำให้ต้องย้อนกลับมาแก้ไขข้อมูลภายหลัง โดยเฉพาะกรณีที่มีผู้คีย์ข้อมูลมากกว่าหนึ่งคน

Codebook ที่ดีจึงไม่เพียงช่วยให้คีย์ข้อมูลได้เป็นระบบ แต่ยังช่วยให้ผู้วิเคราะห์สามารถเข้าใจโครงสร้างและความหมายของ Dataset ได้อย่างถูกต้องในขั้นตอนต่อไป ความผิดพลาดในการคีย์ข้อมูลส่งผลต่อการวิเคราะห์อย่างไร


หลักการสำคัญของการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมขึ้นอยู่กับคุณภาพของข้อมูลที่นำเข้า ต่อให้เลือกใช้สถิติได้ถูกต้องหรือใช้โปรแกรม SPSS ได้อย่างแม่นยำ หาก Dataset ตั้งต้นมีข้อมูลผิด ผลการวิเคราะห์ก็อาจไม่สามารถสะท้อนข้อมูลที่เก็บมาได้อย่างถูกต้อง


ข้อผิดพลาดในการคีย์ข้อมูลอาจส่งผลต่อค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การแจกแจงความถี่ ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร ตลอดจนผลจาก T-Test, ANOVA, Correlation, Regression และการวิเคราะห์ทางสถิติประเภทอื่น ๆ


ด้วยเหตุนี้ ก่อนเข้าสู่ขั้นตอน การวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วย SPSS จึงควรตรวจสอบว่าข้อมูลถูกคีย์อย่างถูกต้อง มี Coding ที่สอดคล้อง และได้รับการตรวจสอบและจัดเตรียม Dataset ให้เหมาะสมกับวิธีการวิเคราะห์ที่จะนำมาใช้ จากแบบสอบถามสู่ Dataset ที่พร้อมสำหรับการวิเคราะห์

สำหรับงานวิจัยที่ใช้แบบสอบถาม โดยเฉพาะงานที่มีจำนวนกลุ่มตัวอย่างมาก การวางโครงสร้างข้อมูลและกำหนด Coding ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นสามารถช่วยลดความผิดพลาดและลดเวลาในการแก้ไขข้อมูลภายหลังได้

Data Investigator ให้บริการ คีย์ข้อมูลดิบจากแบบสอบถามกระดาษเข้าสู่ระบบ เพื่อจัดเตรียม Dataset สำหรับการวิเคราะห์ โดยสามารถเชื่อมต่อกับขั้นตอนการ ตรวจสอบและเตรียมข้อมูล (Data Cleaning) การปรับและจัดเตรียมตัวแปร และการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วย SPSS ตามความเหมาะสมของแต่ละโครงการ

สำหรับผู้ที่เก็บแบบสอบถามเรียบร้อยแล้วและกำลังมองหาผู้ช่วยในการจัดเตรียมข้อมูล สามารถดูรายละเอียด บริการคีย์ข้อมูลแบบสอบถาม หรือ ติดต่อ Data Investigator ทาง LINE เพื่อส่งรายละเอียดของงานและรับการประเมินราคาเบื้องต้นได้ฟรี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ:

อีเมล์: info@datainvestigatorth.com

ไลน์: @datainvestigator โทร: 063-969-7944


ความคิดเห็น


  • Line Logo Transparent

© 2016 DataInvestigatorTH

Data Investigator Logo (Black)_edited_ed
bottom of page