top of page

คำถามปลายเปิดและคำถามปลายปิดต่างกันอย่างไร เลือกใช้แบบไหนในงานวิจัย

  • รูปภาพนักเขียน: Data Investigator Team
    Data Investigator Team
  • 5 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที
คำถามปลายเปิดและคำถามปลายปิดต่างกันอย่างไร

วลาสร้างแบบสอบถามสำหรับงานวิจัย หนึ่งในสิ่งที่ผู้วิจัยต้องตัดสินใจตั้งแต่ต้นคือ ควรใช้ คำถามปลายเปิด (Open-ended Questions) หรือ คำถามปลายปิด (Closed-ended Questions) เพราะรูปแบบของคำถามไม่ได้มีผลเพียงต่อความสะดวกในการตอบแบบสอบถามเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อประเภทของข้อมูลที่ได้ วิธีการคีย์ข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูลในขั้นตอนต่อไปด้วย คำถามทั้งสองประเภทมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกัน การเลือกใช้จึงควรพิจารณาจากวัตถุประสงค์การวิจัย ลักษณะของกลุ่มตัวอย่าง และประเภทของข้อมูลที่ต้องการ ไม่ใช่เลือกจากความสะดวกเพียงอย่างเดียว


คำถามปลายเปิด (Open-ended Questions) คืออะไร


คำถามปลายเปิด คือคำถามที่ไม่ได้กำหนดตัวเลือกคำตอบไว้ล่วงหน้า ผู้ตอบสามารถแสดงความคิดเห็น อธิบายเหตุผล หรือให้รายละเอียดด้วยคำพูดของตนเองได้อย่างอิสระ

ตัวอย่างเช่น


“ท่านคิดว่าปัจจัยใดสำคัญที่สุดในการเลือกใช้บริการโรงพยาบาลเอกชน?”

ผู้ตอบแต่ละคนอาจให้เหตุผลแตกต่างกัน เช่น คุณภาพของแพทย์ ระยะเวลารอรับบริการ ค่าใช้จ่าย ความสะดวกในการเดินทาง หรือประสบการณ์ที่ผ่านมา


ข้อดีของคำถามปลายเปิดคือช่วยให้ผู้วิจัยได้รับข้อมูลที่มีรายละเอียด และอาจค้นพบประเด็นที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ตอนออกแบบแบบสอบถาม จึงเหมาะกับการศึกษาความคิดเห็น เหตุผล ประสบการณ์ หรือประเด็นที่ต้องการข้อมูลเชิงลึก


อย่างไรก็ตาม เมื่อจำนวนผู้ตอบมีมาก การจัดการคำตอบปลายเปิดจะซับซ้อนขึ้น เพราะข้อมูลที่ได้ไม่สามารถนำเข้าสู่การวิเคราะห์เชิงปริมาณได้ทันที ในบางกรณีอาจต้องจัดหมวดหมู่คำตอบหรือ Coding ก่อนจึงจะสามารถสรุปและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ


คำถามปลายปิด (Closed-ended Questions) คืออะไร


คำถามปลายปิด คือคำถามที่ผู้วิจัยกำหนดตัวเลือกคำตอบไว้ล่วงหน้า ผู้ตอบเลือกคำตอบที่ตรงกับตนเองมากที่สุด เช่น

“ท่านใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนบ่อยเพียงใด?”
  • ไม่เคย

  • น้อยกว่า 1 ครั้งต่อปี

  • 1–2 ครั้งต่อปี

  • 3–5 ครั้งต่อปี

  • มากกว่า 5 ครั้งต่อปี


รวมถึงคำถามแบบ Yes/No, Multiple Choice และมาตรวัดแบบ Likert Scale เช่น ระดับความพึงพอใจตั้งแต่ 1–5


ข้อดีสำคัญคือคำตอบมีโครงสร้างชัดเจน ทำให้รวบรวมข้อมูล คีย์ข้อมูล และนำไปวิเคราะห์ทางสถิติได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะงานวิจัยเชิงปริมาณที่มีผู้ตอบจำนวนมาก


แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ ตัวเลือกคำตอบต้องครอบคลุมและไม่ชี้นำผู้ตอบ หากออกแบบตัวเลือกไม่เหมาะสม ข้อมูลที่ได้อาจไม่สะท้อนความคิดเห็นหรือพฤติกรรมของกลุ่มตัวอย่างอย่างแท้จริง คำถามปลายเปิด vs คำถามปลายปิด ต่างกันอย่างไร


ความแตกต่างหลักไม่ได้อยู่เพียงแค่ว่า “มีตัวเลือก” หรือ “ไม่มีตัวเลือก” แต่รวมถึงลักษณะข้อมูลและวิธีการนำข้อมูลไปใช้ด้วย


ประเด็น

คำถามปลายเปิด

คำถามปลายปิด

รูปแบบคำตอบ

ผู้ตอบเขียนคำตอบเอง

เลือกจากตัวเลือกที่กำหนด

ประเภทข้อมูล

มีรายละเอียดและความหลากหลาย

มีโครงสร้างชัดเจน

ความสะดวกของผู้ตอบ

ใช้เวลาในการตอบมากกว่า

ตอบได้รวดเร็วกว่า

การคีย์ข้อมูล

อาจต้อง Coding เพิ่มเติม

คีย์และจัดหมวดหมู่ได้ง่าย

การวิเคราะห์

เหมาะกับการวิเคราะห์เนื้อหา/จัดกลุ่ม

เหมาะกับการวิเคราะห์ทางสถิติ

เหมาะกับ

ความคิดเห็น เหตุผล ประสบการณ์

การวัด เปรียบเทียบ และทดสอบสมมติฐาน

ดังนั้น การเลือกประเภทคำถามควรคิดต่อไปถึงขั้นตอนหลังจากเก็บแบบสอบถามด้วย เพราะรูปแบบคำถามที่เลือกตั้งแต่ต้นจะมีผลโดยตรงต่อคุณภาพและวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลในภายหลัง งานวิจัยควรใช้คำถามปลายเปิดหรือคำถามปลายปิด?


ไม่มีคำตอบว่าประเภทใด “ดีกว่า” เสมอไป เพราะขึ้นอยู่กับสิ่งที่ผู้วิจัยต้องการทราบ

หากต้องการวัดระดับความคิดเห็น ความพึงพอใจ พฤติกรรม หรือเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างกลุ่ม คำถามปลายปิดมักเหมาะกว่า เนื่องจากสามารถกำหนดตัวแปรและนำข้อมูลไปวิเคราะห์ทางสถิติได้ชัดเจน

ในทางกลับกัน หากต้องการเข้าใจเหตุผล มุมมอง หรือประสบการณ์ของผู้ตอบ คำถามปลายเปิดอาจให้ข้อมูลที่มีประโยชน์มากกว่า


ในแบบสอบถามจำนวนมาก การใช้ทั้งสองประเภทร่วมกันอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เช่น ใช้คำถามปลายปิดเพื่อเก็บข้อมูลหลัก แล้วเพิ่มคำถามปลายเปิดในบางจุดเพื่อให้ผู้ตอบอธิบายเพิ่มเติม อย่าเลือกประเภทคำถามโดยดูเฉพาะตอนสร้างแบบสอบถาม


ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยในการ ออกแบบแบบสอบถามงานวิจัย คือการสร้างคำถามก่อนที่จะกำหนดว่าจะนำข้อมูลไปวิเคราะห์อย่างไร


ตัวอย่างเช่น หากวัตถุประสงค์ของงานวิจัยต้องการเปรียบเทียบระดับความพึงพอใจระหว่างกลุ่ม แต่คำถามกลับเปิดให้ผู้ตอบเขียนความคิดเห็นทั้งหมด ผู้วิจัยอาจพบภายหลังว่าข้อมูลที่ได้ไม่สามารถนำไปวิเคราะห์ตามแผนทางสถิติได้โดยตรง


ในทางกลับกัน การกำหนดตัวเลือกคำตอบมากเกินไปในประเด็นที่ผู้วิจัยยังไม่เข้าใจอย่างเพียงพอ ก็อาจปิดกั้นคำตอบสำคัญที่อยู่นอกเหนือจากตัวเลือกที่เตรียมไว้


ด้วยเหตุนี้ การ ออกแบบแบบสอบถาม ที่ดีควรเริ่มจากวัตถุประสงค์การวิจัย ตัวแปรที่ต้องการศึกษา สมมติฐาน และแผนการวิเคราะห์ข้อมูล ก่อนตัดสินใจว่าคำถามแต่ละข้อควรเป็นปลายเปิดหรือปลายปิด

สำหรับงานที่ต้องการวางโครงสร้างคำถาม ตัวเลือกคำตอบ และมาตรวัดให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การวิจัย สามารถใช้ บริการออกแบบแบบสอบถามสำหรับงานวิจัยของ Data Investigator เพื่อช่วยตรวจสอบตั้งแต่โครงสร้างของแบบสอบถามไปจนถึงความเหมาะสมของข้อมูลที่จะนำไปวิเคราะห์ แล้วแบบสอบถามออนไลน์ควรใช้คำถามแบบไหน?

สำหรับ แบบสอบถามออนไลน์ คำถามปลายปิดมักช่วยให้ผู้ตอบทำแบบสอบถามได้รวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ แต่ไม่ได้หมายความว่าควรหลีกเลี่ยงคำถามปลายเปิดทั้งหมด

คำถามปลายเปิดสามารถใช้ในตำแหน่งที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมจริง ๆ เช่น เหตุผลที่ไม่พึงพอใจ ข้อเสนอแนะ หรือความคิดเห็นอื่น ๆ ที่ไม่ได้ครอบคลุมอยู่ในตัวเลือก


สิ่งสำคัญคือไม่ควรใส่คำถามปลายเปิดจำนวนมากโดยไม่มีเหตุผล เพราะอาจเพิ่มภาระในการตอบและทำให้อัตราการทำแบบสอบถามจนจบลดลงได้


หากต้องการนำแบบสอบถามไปใช้งานในรูปแบบดิจิทัล บริการจัดทำแบบสอบถามออนไลน์ สามารถช่วยจัดโครงสร้างคำถามและรูปแบบการตอบให้เหมาะกับการเก็บข้อมูลจริง โดยเฉพาะเมื่อแบบสอบถามมีเงื่อนไขหรือเส้นทางคำถามที่แตกต่างกันตามคำตอบของผู้เข้าร่วม รูปแบบคำถามมีผลต่อการวิเคราะห์ข้อมูลมากกว่าที่คิด


เมื่อการเก็บข้อมูลเสร็จสิ้น คำถามปลายปิดที่ออกแบบตัวเลือกและรหัสข้อมูลไว้อย่างเหมาะสมสามารถนำเข้าสู่โปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูล เช่น SPSS ได้ค่อนข้างตรงไปตรงมา ขณะที่คำตอบปลายเปิดอาจต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบ จัดหมวดหมู่ หรือ Coding ก่อน

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการวางแผนแบบสอบถามและการวิเคราะห์ข้อมูลจึงควรเชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้น หากผู้วิจัยทราบล่วงหน้าว่าจะใช้สถิติประเภทใด เช่น t-test, ANOVA, Chi-square, Correlation หรือ Regression ก็จะสามารถกำหนดระดับการวัดและรูปแบบคำถามให้เหมาะสมได้มากขึ้น

สำหรับงานวิจัยที่ต้องการนำข้อมูลจากแบบสอบถามไปทดสอบสมมติฐานหรือวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร การวางแผนตั้งแต่แบบสอบถามไปจนถึง การวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วย SPSS จะช่วยลดปัญหาที่มักพบในช่วงท้ายของงาน เช่น ตัวแปรไม่เหมาะกับสถิติที่ต้องการใช้ หรือข้อมูลที่เก็บมาไม่สามารถตอบวัตถุประสงค์การวิจัยได้ครบถ้วน สรุป

คำถามปลายเปิดและคำถามปลายปิดต่างมีบทบาทสำคัญในงานวิจัย คำถามปลายเปิดเหมาะกับการค้นหาความคิดเห็น เหตุผล และข้อมูลที่มีรายละเอียด ส่วนคำถามปลายปิดเหมาะกับการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบและนำไปวิเคราะห์เชิงปริมาณ


สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การเลือกว่าแบบใดดีกว่า แต่คือการเลือก รูปแบบคำถามให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ ตัวแปร กลุ่มตัวอย่าง และวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล การคิดถึงขั้นตอนเหล่านี้ตั้งแต่ก่อนเริ่มเก็บข้อมูล จะช่วยให้แบบสอบถามไม่ได้เพียงแค่ “ถามได้” แต่สามารถสร้างข้อมูลที่นำไปตอบคำถามวิจัยได้จริง


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ:

อีเมล์: info@datainvestigatorth.com

ไลน์: @datainvestigator  โทร: 063-969-7944


ความคิดเห็น


  • Line Logo Transparent

© 2016 DataInvestigatorTH

Data Investigator Logo (Black)_edited_ed
bottom of page